รีวิวหนังผีฝรั่ง Drag Me to Hell หนังสยองขวัญ ปี 2006

สวัสดีครับ ในปี 2006 นั่น ได้กำเนิดหนังสุดสยองขวัญ เรื่องนึงขึ้นมา วันนี้เราจะมา รีวิวหนังผีฝรั่ง Drag Me to Hell ที่ใครหลาย ๆ คนที่ทันดูหนังเรื่องนี้ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันครับ โดยเฉพาะ CGI หนังที่สุดมาก ๆ หากเทียบในสมัยนั่น มันทำให้รู้สึกว่ามันเป็นของจริงมาก ๆ ยิ่งฉาก ดิ้นรน เอาตัวรอด ของนางเอกเนี่ย คือดีมาก ๆ แม้หนังจะเก่าแล้วแต่ก็ยังหา ดูหนังออนไลน์ ได้หลายที่หลายแห่งให้เลือกดูกันมากมายแล้ว

รีวิวหนังผีฝรั่ง Drag Me to Hell หนังสยองขวัญ เลือดสาด

หากพูดถึงผู้กำกับชื่อดัง ที่มีผลงานดี ๆ มากมาย โดยเฉพาะ หนังเลือดสาด สยองขวัญ สุดหลอน ที่นึกได้เรื่องแรก ๆ ก็ต้อง Drag Me to Hell เกิดขึ้นเมื่อปี 2009 โดยย้อนหลังไปจาก แซม ไรมี่ ได้กำกับ Spider-man 3 จบลงแล้ว

เขาก็ได้กลับไปทำหนังในแบบที่เขาถนัด แนวทางที่ถนัดของก็คือหนังผี สยองขวัญ น่ากลัว เลือดสาด คือถ้าคุณเป็นแฟนคลับเขา คุณจะจำได้เขาสร้างตำนานหนังสยองขวัญอย่าง Evil death ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 1981 มาแล้ว

ซึ่งแน่นอนว่ากระชากลงหลุมจึงการันตีความสยองขวัญได้เลยทีเดียว หากใครเบื่อหน่ายหนังผีในยุคปัจจุบัน และ ยังหลงใหลเสน่ห์หนังผีในยุค 80 ชอบแนวเลือดสาด แหวะ เกินจริงไปเยอะ รวมถึงมีตอนจบที่สร้างความสบายให้กับคนดู Drag me th hell (2006) กระชากลงหลุม ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

รีวิวหนังผีฝรั่ง Drag Me to Hell

เรื่องย่อ Drag Me to Hell มีสปอย

drag me to hell สปอย มันเป็นเรื่องราวของคริสติน เขาเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารสาวสุดสวย ที่ต้องประสบพบเจอ เผชิญกับหญิงชรายิปซี ในขณะนั่นผู้หญิงคนนี้ เธอมาขอความช่วยเหลือไม่ให้ธนาคารยึดบ้านเธอ แต่คริสติน เอง ก็เป็นแค่ พนักงาน เป็นแค่เจ้าหน้าที่ธรรมดา ๆ คนนึงไม่สามารถช่วยอะไรได้คนนั่นได้ แม้ยิปซีคุกเข่าอ้อนวอนเธอเท่าไหร่ เธอก็ไม่ช่วย

แม้ใจจริงเธอจะอยากช่วยก็ตาม หญิงยิปซีโกรธแค้นเธอมาก ระหว่างคริสตินกำลังจะขับรถกลับบ้าน หญิงยิปซีดักรอเธออยู่ในรถทำการต่อสู้กัน และ ในจังหวะท้าย ยิปซีดึงกระดุมแขนเสื้อของคริสตินทำการสาปแช่ง ให้ปีศาจจากนรกมาเอาวิญญาณของคริสตินไป

คริสติน ถูกปีศาจตามหลอกหลอน เธอต้องหาวิธีการให้รอดพ้นจากปีศาจโดยขอร้องให้คนทรงช่วย แต่ปีศาจตอนนี้ไม่ธรรมดา มันคือวิญญาณชั่วร้ายชื่อว่าลาเมีย (Lamia) ที่มาในร่างของแพะสีดำ เธอจะหาวิธีหนีรอดจากเงื้อมมือของวันได้อย่างไร หนังใหม่แนะนำ

รีวิวหนังผีฝรั่ง Drag Me to Hell

ความรู้สึกหลังรับชม Drag Me to Hell

บอกตามตรงว่าหนังผีเรื่อง Drag Me To Hell กระชากลงหลุม เป็นหนังที่มีการใช้ CGI ที่สุดยอดมาก ๆ ในสมัย 2009 บอกตามตรงว่าภาพสวย ภาพว้าว ภาพสมจริงอย่างมากในยุคนั้น และมันทำให้เรารู้สึกอยากดูต่อเรื่อง ด้วยบรรยากาศที่ชวนให้ติดตามแทบจะตลอดเวลา ถึงแม้มันจะเต็มไปด้วยเทคนิคการถ่ายทำที่ค่อนข้างแปลกก็ตามที

แต่เชื่อไหมล่ะครับว่าพวกมันกลับมารวมกันกลายเป็นหนังสยองขวัญที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเรื่องหนึ่ง ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ดังนั้น ถึงมันจะน่ากลัว แต่มันก็ทำให้คนดูยินยอมที่รับชมความสยองได้จนจบเรื่องโดยที่ไม่ลุกหนีไปไหน

และแน่นอนว่าบรรยากาศแสนสยองนี้ต้องขอมอบความดีความชอบให้กับคุณนาย Ganush หญิงชราในเรื่อง ที่เข้าถึงบทบาทตัวละครที่แสนหลอนได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยตอนจบที่คาดไม่ถึงอีกด้วย

แซม ไรมี่ขึ้นชื่อว่าเจ้าพ่อหนังสยองขวัญ เพราะมีหนังสยองขวัญในมือของเขาระดับตำนาจอย่าง Evil death รวมถึงอำนวยการสร้างหนังสยองขวัญเช่น Boogeyman, Crawl, The Taking of Deborah Logan ดังนั้นการันตีได้ถึงจังหวะการหลอกหลอน

การทำให้ตกใจ จังหวะผีโผล่ ในเรื่อง Drag me th hell จึงทำได้ดีมาก และ ยังคงเสน่ห์ของหนังสยองขวัญยุค 80-90 ได้อย่างดีเช่นเลือดสาด ความแหวะ ความเกินจริงบางอย่างได้ดี อีกจุดหนึ่งที่ผมชอบคือวิธีการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วไม่มีจุดน่าเบื่อ

อีกจุดหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของหนังคือฉากการดิ้นรนต่อสู้ของนางเอกของเรื่องทำได้ดี ลุ้น และ ตื่นเต้นไปด้วย โดยเฉพาะฉากคริสตินต่อสู้กับยิปซีในรถ แม้จะใช้เวลาไม่นานมากแต่ก็แสดงถึงความดิบเถื่อนได้ดีแท้การออกแบบตัวละครผีแต่ละตัวก็ทำได้ดี ทำได้น่ากลัว แต่ละครั้งที่ออกมาทำได้ตาถึงใจ น่าขนลุก

รีวิวหนังผีฝรั่ง Drag Me to Hell

รีวิวหนังผีฝรั่ง Drag Me to Hell ผลงานสุดหลอน ของผู้กำกับ แซม ไรมี่

จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังของ แซม ไรมี ที่โดนใจแฟน ๆ เป็นอย่างที่สุด แล้วเป็นหนังที่ได้รับคำชมเป็นอย่างมาก แถมยังหลอนแบบสุดขั้ว และหนังได้รายได้เป็นอย่างมาก หลังจากที่ช่วงหนังเขาหันไปหยิบจับทำหนังไอ้แมงมุมอยู่หลายภาค

เมื่อได้โอกาสกลับมาจับทำหนังผีอีกครั้ง ก็เรียกได้ว่า…ทำออกมาได้สุดติ่ง แม้ว่าตัวหนังจะไม่ได้มีนักแสดงแถวหน้ามาประชันบทบาท แต่กลับไม่ใช่ข้อด้อย “แอลิสัน โลห์แมน” แบกหนังทั้งเรื่องไว้ได้สบาย ๆ สมทบด้วย “จัสติน ลอง”, “ลอว์น่า เรเวอร์” หรือ “ดิลีป เรา”

สิ่งที่ผมชอบคือการที่ไม่ได้เล่าเรื่องแค่ผีตามล่าคนธรรมดา ๆ แต่มีส่วนของดราม่าที่ตีแผ่ความเป็นคนมาให้ดูกันด้วยนางเอกของเราเนี่ยจริง ๆ ก็ผ่านอะไรมาเยอะ พยายามกระเสือกกระสนมาก ๆเพื่อที่จะให้ได้รับการยอมรับของสังคมซึ่งมันก็จะเห็นได้ว่า

สังคมเราทุกวันนี้มันเต็มไปได้ความพยายามจะแก่งแย่งกันมาก ป้ากานาชเนี่ย จริง ๆ ก็ไม่ถึงกับสิ้นหวังถ้าเป็นเคสปกติแล้ว อาจจะได้รับการผ่อนชำระอีกสักงวดก็ยังได้ ซึ่งไม่แน่ว่าถ้ารอเวลาอีกนิด ป้าแกก็อาจจะตายจากไปเองแล้วทางแบงค์ก็ไปยึดที่คืนได้ไม่ยาก

ครีสทีนเองก็จะได้ไม่ต้องแบกรับความเป็นคนใจดำเอาไว้เองอีกด้วยแต่สิ่งที่กดดันเธออยู่ คือความพยายามอยากจะได้ดี เธอเติบโตมาจากความเป็นเด็กบ้านไร่

หรือถ้าจะเรียกแบบคนไทยก็คือบ้านนอกเธออยากจะเป็นคนที่เหมาะสมกับแฟนของเธอ เลยทำให้เธอต้องใจดำตามระบบไปแล้วมันก็ซวยตรงที่ป้าคนนี้ดันมา”ของ”ซะงั้น

บทสรุป Drag Me to Hell

สำหรับผมแล้ว หนังผีเรื่องนี้ ผมก็ขอยกให้เป็นหนังสยองขวัญที่แท้จริงเลย คือมันต้องเป็นแบบนี้อะ หนังผี หนังสยองขวัญ ไม่ไช่แบบ ผี ๆ ฮา ๆ แบบที่บ้านเราชอบทำกัน มันทำให้อารมมันสุด มันหลอน ซึ่งตลอดเวลาการดูหนังเรื่องนี้ มันเต็มไปด้วยความน่ากลัว และ น่าตื่นเต้น ที่จะมอบประสบการณ์ด้านหนังสยองขวัญที่ไม่เหมือนใครได้อย่างแน่นอน

ดังนั้น ขอแนะนำเลยว่าให้ลองเปิดใจรับชมสักครั้ง หนังผี Drag Me To Hell กระชากลงหลุม จะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอนแน่นอนว่าสะใจจัดเต็มของ Drag Me to Hell ไม่ได้แค่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเพียงเท่านั้น เหล่านักวิจารณ์ก็ชอบมันมาก ๆ

เห็นได้จากคะแนนเฉลี่ยบนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ที่ได้สูงถึง 92% ที่จัดได้ว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ทำเรตคะแนนได้ดีในหมวดนี้ และ นาน ๆ ครั้งจะเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ โดยหนังฟันรายได้ทั่วโลกไปได้เกือบร้อยล้านเหรียญ จากทุนสร้างราว ๆ 30 ล้านเหรียญ

และถ้าหากว่าเพื่อน ๆ คนไหน กำลังเบื่อหน่าย หนังผีในยุคปัจจุบัน และ ยังหลงใหลเสน่ห์หนังผีในยุค 80 ชอบแนวเลือดสาด แหวะ เกินจริงไปเยอะ รวมถึงมีตอนจบที่สร้างความสบายให้กับคนดู Drag me th hell (2006) กระชากลงหลุม ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *